Loading...

บทความที่ได้รับความนิยม

วันอังคารที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ถั่วดำมีประโยชน์อย่างไร


ถั่วดำมีประโยชน์อย่างไร

        หากใครต้องการโปรตีนจากพืชแทนโปรตีนจากเนื้อสัตว์"ถั่ว" ถือว่าเป็นพืชที่ให้โปรตีนได้มากที่สุด และถั่วเหลืองก็ถือเป็นถั่วที่ให้โปรตีนได้ใกล้เคียงเนื้อสัตว์มากที่สุด แต่วันนี้ "108 เคล็ดกิน" จะมาเเนะนำถั่วอีกชนิดหนึ่งที่เราคุ้นหน้าคุ้นตากันดีและมีประโยชน์มากอย่าง "ถั่วดำ" มาฝากกัน

        แม้คำว่าถั่วดำมักถูกใช้ไปในความหมายไม่ค่อยจะดีอยู่บ่อยๆ แต่ประโยชน์ของถั่วดำนั้นกลับดีมากและน่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะนอกจากจะมีโปรตีนสูง มีคาร์โบไฮเดรตสูง แต่มีไขมันต่ำ แถมยังอุดมไปด้วยกากใยหรือไฟเบอร์แล้ว ก็ยังมีงานวิจัยพบว่า ผู้ที่บริโภคถั่วดำในปริมาณมากกว่า จะมีโอกาสเป็นโรคหัวใจน้อยกว่าผู้ที่บริโภคถั่วดำน้อยกว่า หรือไม่บริโภคเลย



        อีกทั้งถั่วดำนั้นยังเป็นตัวล้างพิษในร่างกายได้ดีไม่แพ้ผลไม้อีกด้วย โดยในถั่วดำนั้น จะมีสารฟลาโวนอยด์ หรือสารล้างพิษกรัมต่อกรัมสูงที่สุด รองลงมาเป็นถั่วสีแดง น้ำตาล เหลืองและขาวตามลำดับ เพราะในถั่วดำนั้นมีสารสำคัญอย่างแอนโทไซยานินส์ ซึ่งนับเป็นตัวล้างพิษชั้นดี โดยเมื่อเทียบกับการกินถั่วดำในปริมาณเท่ากันกับการกินส้มแล้ว ถั่วดำจะมีปริมาณสารล้างพิษมากกว่าในส้มถึง 10 เท่า เลยทีเดียว คือเทียบได้กับองุ่นและแอปเปิล แต่การทำให้ถั่วดำสุกนั้นก็จะสูญเสียตัวล้างพิษไปบ้าง แต่ก็ยังสามารถล้างพิษให้ร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ




ใครอยากอ้วนยกมือขึ้น ...อาจจะมีคนผอมกะร่องแสดงตัวหร็อมแหร็ม  เพราะส่วนใหญ่แล้วปรารถนารูปร่างเพรียวบางกันทั้งนั้น มิอย่างนั้น จะเห็นสถาบันดูแลรูปร่างผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด หรือพบตำราลดน้ำหนักเต็มชั้นวางหนังสือหรอกหรือ

 ชองจูยอง หนุ่มเกาหลีวัยยี่สิบสามปีเป็นผู้ที่ชื่นชอบอาหารจั้งฟู้ดมาตั้งแต่เด็ก จนต้องเผชิญกับวิบากกรรมหาไซส์เสื้อผ้าใส่ไม่ได้ เขาพยายามสรรหาวิธีลดน้ำหนักหลากหลายกว่า 11 ปี จนกระทั่งได้ทำความรู้จักกับ “ถั่วดำ” อาหารแห่งปาฏิหาริย์ ที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับหนุ่มสาวแดนกิมจิได้มากมายด้วยเรื่องเล่าเป็นหนังสือชื่อ “ผอม...สวย ด้วยถั่วดำ”

 เขาว่า ถั่วดำและเต้าหู้ อุดมไปด้วยสารที่ลดความอ้วน กับสารที่กำจัดสารพิษ ซึ่งช่วงแรกๆ ของไดเอทถั่วดำมักดูดซึมสารที่กำจัดสารพิษมากกว่า ก่อนสารที่จะทำให้น้ำหนักลด และเมื่อสารพิษที่สะสมอยู่ในร่างกายออกไปแล้ว ถึงจะดูดซึมสารที่ลดความอ้วน ซึ่งไขมันในร่างกายเริ่มสลายอย่างจริงจังก็ตั้งแต่ตอนนั้น



 จากการตรวจสอบของนายแพทย์ ดร. แชกีวอน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลแพทย์แผนดั้งเดิมเกาหลีชองอายอน สนับสนุนว่า คุณสมบัติดีในถั่วดำช่วยทำให้ผู้บริโภคผอมอย่างมีสุขภาพดีด้วยเพราะในถั่วดำมีสัดส่วนของโปรตีนถึงร้อยละ 40 และมีกรดไขมันไม่อิ่มตัวร้อยละ 20 ซึ่งในกรดไขมันไม่อิ่มตัว สามารถป้องกันและรักษาโรคมะเร็ง เบาหวานและโรคอ้วนได้ และมีคุณค่าทางโภชนาการอีกมากมาย อาทิเช่น เส้นใยอาหาร แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก วิตามินบี 1 และ 2 และไนอาซิน

 ด้วยคุณค่าของสารอาหาร ส่งผลให้เกิดผลวิจัยต่างๆ บ่งชี้ว่าถั่วดำป้องกันโรคมะเร็งได้ เพราะสารเจนิสตินในถั่วมีประโยชน์ในการป้องกันโรคมะเร็ง และโรคในผู้ใหญ่ต่างๆ ได้อย่างดีเยี่ยม ที่เห็นชัดๆ ก็คือบทบาทลดความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งลำไส้ตรงร้อยละ 80 และมะเร็งลำไส้ใหญ่ร้อยละ 40

 ทั้งยังป้องกันมะเร็งกระเพาะอาหาร ซึ่งงานวิจัยระบุว่าคนที่ดื่มนมถั่วเหลือง (ถั่วดำ) บ่อยๆ มีความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งกระเพาะอาหารน้อยกว่าคนที่ไม่ดื่มเลยถึงร้อยละ 30 ทั้งยังมีอิทธิฤทธิ์ป้องกันมะเร็งปอดถึงร้อยละ 50

 ด้วยความที่ถั่วมีสารไอโซฟลาโวนส์  เป็นสารสีประเภทฟลาโวนอยด์ ซึ่งสารดังกล่าวป้องกันเซลล์เจริญเติบโตผิดปกติ จากปัญหาการหลั่งฮอร์โมนผิดปกติจนกลายเป็นโรคอ้วน และพิเศษไปกว่านั้น มันสามารถป้องกันมะเร็งต่อมลูกหมาก ที่มีสาเหตุมาจากการหลั่งฮอร์โมนแอนโดรเจน (ฮอร์โมนเพศชาย) มากเกินไปได้

 ความมหัศจรรย์ของเส้นใยอาหารชนิดละลายน้ำในถั่ว จะลดความเร็วของการดูดซึมกลูโคสให้ดูดซึมในร่างกายช้าลง จึงยับยั้งโรคเบาหวานได้

 น้องถั่วดำช่วยป้องกันความดันโลหิตสูงและลดคอเลสเตอรอล เพราะถั่วดำอุดมด้วยวิตามินอี และโปตัสเซียมที่ลดความดันโลหิต โดยการขยายเส้นโลหิตให้กว้างขึ้น กับแคลเซียมที่ทำให้กล้ามเนื้อของเส้นเลือดมีความยืดหยุ่นมากขึ้น

 อีกทั้งยังมีสารที่มีประโยชน์อีกมากมาย เช่น วิตามินบี 12 กรดโฟลิก เบต้าแคโรทีนที่ป้องกันโรคโลหิตจาง กับธาตุเหล็กที่สูงกว่าเนื้อสัตว์ถึง 4 เท่าตัว จึงมีประโยชน์ต่อผู้เป็นโลหิตจางเป็นอย่างมาก

 นอกจากนั่น ถั่วส่งผลดีต่อผิวพรรณ มันเพิ่มความชุ่มชื้นและกระจ่างใสผิวหน้า อีกทั้งลดเลือนรอยแดงจากสิว และป้องกันกระด้วยวิตามินอี เพราะสารแอนโทไซยานินในถั่วดำจะเพิ่มการทำงานของคอลลาเจน เพิ่มความกระชับและคืนชีวิตชีวาสู่ผิวหน้า

 และคำกล่าวที่ว่า กินถั่วทำให้ฉลาด ก็ใกล้เคียงกับความจริง เนื่องจากสารเลซิตินช่วยบำรุงสมอง ช่วยการทำงานของสมอง จึงมีผลดีต่อนักเรียนกำลังเตรียมสอบ และสำหรับคนชราก็สามารถช่วยป้องกันอัลไซเมอร์ได้ รวมถึงช่วยแก้ปัญหานอนไม่หลับ โดยการนึ่งถั่วแล้วใส่ไว้ในหมอน เวลายังอุ่นๆ จะช่วยแก้อาการนอนไม่หลับได้

อาหารถั่วดำสำหรับคนขี้เกียจ

อาหารเช้า : ถั่วดำน้ำส้มสายชู

 ล้างถั่วดำให้สะอาดแล้วผึ่งให้แห้ง จากนั้นใส่ถั่วดำกับน้ำส้มสายชูในขวดแก้วแล้วใส่ตู้เย็นไว้ เก็บไว้ประมาณ  1 สัปดาห์แล้วค่อยกินแต่ถั่วดำ กินวันละ 20-30 เม็ดก็เพียงพอ  เมื่อดองถั่วดำในน้ำส้มสายชู มีผลในการสลายก้อนไขมันในร่างกาย จึงช่วยถั่วดำกำจัดไขมันด้วยอีกแรงหนึ่ง ทั้งยังกระตุ้นให้ฮอร์โมนเลปตินหลั่ง ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่กระตุ้นความอยากอาหาร

อาหารว่าง : ถั่วดำคั่ว

 ล้างถั่วดำให้สะอาด แล้วใส่ถั่วในปริมาณที่จะกิน แล้วอบในไมโครเวฟประมาณ 3 นาที ถ้าอบทีละมากเกินไปก็อาจไม่สุก อบครั้งละประมาณ 300 กรัมก็พอ

เครื่องดื่ม : นมถั่วดำ

 ใส่ถั่วดำนึ่ง 300 กรัมกับนมพร่องมันเนย และน้ำ 1 แก้วแล้วปั่น

วันเสาร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

สมุนไพรดองเหล้าคืออะไร

สมุนไพรดองเหล้าคืออะไร


ถ้าว่ากันตามตำรา " หมอเมือง " หรือผู้มีภูมิรู้ด้านการแพทย์แผนไทย ก็อธิบายได้ว่า เหล้าหรือแอลกอฮอล์เป็นสารที่สามารถสกัดตัวยาได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากวิเคราะห์ตามรสยาแล้วก็จะพบเหตุและผลว่า ยาดองเหล้าจัดเป็นยาที่มีรสร้อน หรือรสเผ็ดร้อน ซึ่งตามตำราท่านว่า รสเผ็ดร้อนนั้นจะช่วย



แก้ไขโรคและอาการที่เกิดจาก วาโยธาตุพิการ อันได้แก่ แก้ลม แก้เมื่อย แก้ปวดหลัง แก้ท้องขึ้น แก้ปวดท้อง ท้องเฟ้อ (คนโบราณเรียก-ท้องพอง) แก้ลมในลำไส้-นอกลไส้ แก้จุกเสียด แน่นหน้าอก ฟอกเสมหะ ขับลม ริดสีดวงทวาร ช่วยย่อยอาหาร บำรุงธาตุ และอีกสารพัดโรค เขียนแยกได้เป็นเล่มต่างหาก

โดยหลักการแล้ว ความร้อนจากแอลกอฮอล์จะช่วยทำให้หลอดเลือดขยายตัว ทำให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น สามารถไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ได้มากขึ้น ของเสียในร่างกาย จะถูกกระแสเลือดพาไป หรือถูกขับออกได้สะดวกขึ้น ออกซิเจนและสารจากตัวยา รวมทั้งอาหารที่มากับเส้นเลือดจะไปหล่อเลี้ยงร่างกายได้มากขึ้น และทั่วถึง หัวใจเต้นเร็วขึ้น สูบฉีดโลหิตได้เร็ว ช่วยขับของเก่าทิ้ง และดึงใหม่เข้ามาแทน

ประการสำคัญ เหล้าหรือแอลกอฮอล์ ช่วยสกัดสารสำคัญในสมุนไพรออกมาได้ เพื่อเป็นยารักษาโรคตามสรรพคุณของยาที่ใช้ดอง ทำให้ไม่เปลืองสมุนไพรมาก เพราะใช้ยาปริมาณน้อย แต่สกัดตัวยาออกมาได้มาก ไม่เหมือนการต้ม ที่ต้องใช้ยา จำนวนมากกว่า ทำให้ยาจืดเร็ว สู้ดองเหล้าไม่ได้ อีกทั้งยังสามารถเก็บไว้ได้นาน 1-2 ปี

ส่วนวิธีการดองยาแบบอื่นๆ ก็ได้แก่ การดองด้วยน้ำปัสสาวะ (ใช้น้ำปัสสาวะเด็ก หรือน้ำปัสสาวะวัวดำ แต่นิยมอย่างหลังมากกว่า) วิธีที่สามคือ การดองด้วยน้ำส้มสายชู หรือน้ำมะกรูด และวิธีสุดท้าย คือดองด้วยเกลือ

สามวิธีหลังนี้แทบจะไม่มีใครทำแล้ว โดยเฉพาะการดองด้วยปัสสาวะ ฟังแล้วน่ากลัวมากกว่าน่ากิน
ส่วนของพืชที่จะนำมาดองนั้นใช้ได้เกือบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นราก หัว เถา เปลือก ลำต้น ใบ ดอก สามารถดองได้ทั้งสมุนไพรสดและสมุนไพรแห้ แต่โดยทั่วไปสมุนไพรสด ไม่นิยมดองกัน เพราะสมุนไพรสดเหมาะใช้โดยตรงมากกว่า เช่น โรคผิวหนัง นิยมใช้สมุนไพรสดนำมาขยี้หรือตำให้แหลก แล้วใช้เหล้าช่วยสกัดตัวยา จึงค่อยนำมาทาผิว และชิ้นส่วนของสมุนไพรที่ใช้ก็มักจะเป็นส่วนหัว ดอก ใบ แต่ถ้าเป็นการดองเหล้า หมอเมืองมักนิยมใช้ส่วนของรากแก่ เปลือก เถา หรือแก่น

10 สูตรยาดองยอดนิยมนั้น ผู้ใหญ่วิบูลย์ เข็มเฉลิม ปราชญ์แห่งสนามไชยเขต จ.ฉะเชิงเทรา เคยเขียนไว้ในหนังสือ " เกษตรกรรมธรรมชาติ " (ฉบับที่ 7/2543) ทำเองได้ไม่ยาก ใครต้องการสูตรที่ว่าขอให้เขียนมาขอที่ " ใกล้หมอ "

ในต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศในแถบตะวันตก สามารถพัฒนาภูมิปัญญา ด้านการสกัดยาด้วยการดองเหล้าไปเป็นยาแผนปัจจุบันตำรับต่างๆ ที่ได้รับการยอมรับ เรื่องคุณภาพ จนสามารถขยายตลาดใหญ่โตออกไปนอกประเทศ อย่างเช่น ประเทศจีน

อย่างที่ว่า ยาดองนั้นมีสรรพคุณหลักๆ คือ ช่วยบำรุงโลหิต แก้เมื่อย ช่วยเจริญอาหาร แต่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับการเพิ่มสมรรถภาพทางเพศแม้แต่สักนิด ชายใดที่ยังมีความเชื่อว่า ยาดองเหล้าเพิ่มพลังทางเพศนั้น ยังนับเป็นบัวใต้น้ำอยู่ เพราะความจริงแล้ว สุรามีผลทำให้ สติไม่เต็มสตางค์ อาจจะสามารถปรุงอารมณ์ได้นิดหน่อย แต่ตอนเอาจริงแล้วมะเขือเผาอาจเรียกพี่…

ยาดองจะให้ผลดี ต้องกินเพียงมื้อละเป๊ก ถ้าดวดมื้อละโหล ต่อให้ดองด้วยบัวหิมะ ก็ยังไม่แคล้วเป็นโรคตับแข็ง

วันเสาร์ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2556

ถั่วเหลืองมีสรรพคุณทางยาอย่างไร

ถั่วเหลืองมีสรรพคุณทางยาอย่างไร


คุณประโยชน์ของผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง : เต้าหู้ น้ำเต้าหู้

          ถั่วเหลืองมีสารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย ตัวหนึ่งที่โดดเด่นและน่าสนใจคือ กลุ่ม ไอโซฟลาโวนส์  Isoflavones ตัวอย่างเช่น geistein ,daidzeinซึ่งทำหน้าที่คล้ายฮอร์โมน เอสโตรเจนในร่างกาย   ถั่วเหลืองและผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลืองจึงมีประโยชน์อย่างมากสำหรับ



คุณสุภาพสตรี โดยเฉพาะที่มีภาวะหมดประจำเดือน     เนื่องจากฮอร์โมนเอสโตรเจนเป็นฮอร์โมนหลักที่ควบคุมการเสริมสร้างกระดูกของร่างกาย และยังช่วยรักษาความชุ่มชื้น ยืดหยุ่นของผิวหนัง      การทานน้ำนมถั่วเหลือง หรือ เต้าหู้ก็เป็นอีกหนทางที่ดีที่จะช่วยคุณสุภาพสตรีลดหรือบรรเทาอาการข้างเคียงจากภาวะหมดประจำเดือน

            คุณประโยชน์อื่นๆที่น่าสนใจยังมีอีกเพราะถั่วเหลืองไม่ได้มีคุณประโยชน์เพียงแค่ผู้หญิง แต่ผู้ชาย จนถึงเด็กๆต่างก็ได้รับประโยชน์จากถั่วเหลืองได้ดังข้อมูลที่จะกล่าวต่อไป:

•    มีการวิจัยพบว่า ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง ช่วยลดและป้องกัน โรคมะเร็งเต้านม และ บรรเทาอาการ ข้างเคียงจาก ภาวะหมดประจำเดือน

•    พบว่า ช่วยป้องกันและแก้ไข โรคหัวใจ  เนื่องจากเป็นอาหารที่ไม่มีคอเรสเตอรอล มีไฟเบอร์สูง นอกจากนี้ยังมี โอเมกา 3 และวิตามิน อี

•    พบว่าช่วยป้องกันและยับยั้งโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก  แม้ว่ากลไกในการทำงานของมันเรายังไม่ทราบ แต่นักวิจัยพบว่า ผู้ชายที่รับประทาน

     ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลืองยิ่งมากเท่าไร การเป็นโรคมะเร็งต่อมลูกหมากยิ่งพบน้อยลง

•    ช่วยป้องกันโรคระบบทางเดินอาหาร   เนื่องจากถั่วเหลืองมีไฟเบอร์สูง   ไฟเบอร์เหล่านี้จะช่วยทำความสะอาดระบบทางเดินอาหาร  และจาก       การวิจัยยังพบว่าผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลืองช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งลำไส้ได้

•    เป็นแหล่งโปรตีนสำคัญสำหรับนักมังสวิรัต  เพราะถั่วเหลืองมีสารอะมิโน เอซิด ที่จำเป็นต่อร่างกาย

•    ใช้แทนน้ำนมวัว  ในเด็กที่แพ้นมวัว และ แพ้แลคโตสในนม  เราสามารถใช้น้ำนมถั่วเหลืองชดเชยได้

•    ใช้เป็นอาหารสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน  เพราะถั่วเหลืองมีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบน้อย และยังไม่มีคอเลสเตอรอล

                ท่านผู้อ่านก็พอจะเห็นคุณประโยชน์ต่างๆที่มีในถั่วเหลืองหรือน้ำเต้าหู้ หรือ ผลิตภัณฑ์เต้าหู้  ที่ไม่อาจจะมองข้ามไปได้ สำหรับชนผู้รักสุขภาพทั้งหลาย

วันอังคารที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2556

ทุเรียนมีสรรพคุณทางยามากมาย

ทุเรียนมีสรรพคุณทางยามากมาย


     ถ้ากินตามเทคนิคของปู่ย่าตายายที่ตกทอดกันมา ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาล่ะก็รับรองผอมแน่คะ! นั่นคือให้กินทุเรียนแบบถือว่าเป็นยาถ่ายพยาธิ ไม่ใช่กินเอาอร่อยอย่าที่เรากินๆ กัน ตื่นนอนให้เช้าๆ หน่อย สักประมาณตี 5 ( เป็นเวลาที่ธาตุของเราเริ่มทำงาน) หลังจากแปรงฟันล้างหน้าแล้วก็ทานทุเรียนได้เลย จะเลือกพันธุ์ไหนก็ได้ตามรสนิยม ให้ทานได้ประมาณครึ่งลูก คนอ้วนจะทานได้มากกว่านี้นิดหน่อย หลังจากทานแล้วดื่มน้ำอุ่นๆ ตามลงไปด้วยหลังจากทานทุเรียนแล้ว ควรงดอาหารเช้าของวันนั้น



       ทานติดต่อกัน 2 วัน เส้นใยและความร้อนจากสารกำมะถันในทุเรียนจะไปชะล้างพยาธิและสิ่งสกปรกต่างๆ ในลำไส้ออกมาจนหมด ทำให้คุณผอมลง ร่างกายแข็งแรงสดชื่นด้วย ทุเรียนมีดีรอบด้าน ถึงกินแล้วจะร้อนในไปหน่อย แต่ความดีอย่างอื่นของทุเรียนก็ยังมี แถมมีตั่งแต่ต้นจรดรากซะด้วยสิ

        เนื้อ: เนื้อทุเรียนมีกำมะถันเป็นส่วนประกอบหลัก ทำให้ร้อน แต่ความร้อนนี้ล่ะจะช่วยแก้โรคผิวหนังได้ ทำให้ฝีหนองแห้งเร็ว และมีฤทธิ์ขับพยาธิได้ด้วย



       เปลือก: ถ้าเอาเปลือกแหลมๆ ไปสับแช่ในน้ำปูนใส แล้วเอามาล้างแผลพุพอง แผลน้ำเหลืองเสีย แผลจะหายเร็ว หรือถ้าหากมีเด็กในบ้านเป็นคางทูม คนสมัยก่อนเขาก็จะเอาเปลือกทุเรียนไปเผาแล้วบดเป็นผง เอามาผสมกับน้ำมันงาหรือน้ำมันมะพร้าว แล้วเอามาพอกที่คาง คางทูมก็จะยุบ

ใบทุเรียน: เอาใบทุเรียนไปต้มกับน้ำแล้วเอาน้ำนั้นมาอาบ ความร้อนจะช่วย ให้หายไข้และโรคดีซ่านได้

ราก: ตัดเป็นข้อๆ ใส่หม้อต้มให้เดือด นำมาดื่มบรรเทาอาการไข้และรักษาอาการท้องร่วงได้ดี

      แต่ที่สำคัญที่ขาดไม่ได้สำหรับคุณผู้หญิงที่รักสวยรักงามแล้วละก็ คุณอาจจะไม่เคยคิดเลยว่า ทุเรียนจะสามารถทำให้คุณสวยได้



       วิธีการไม่ยากเลยเพียงแค่ …. นำเนื้อทุเรียนสุกพอห่ามๆ ไม่ต้องสุกมาก มาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ สักกำมือหนึ่ง ปั่นรวมกับดินสอพอง 1/4 ช้อนโต๊ะ จนเป็นเนื้อข้นๆ ทาไปเลยทั่วผิว เว้นรอบดวงตาและปาก หรือบริเวณที่เป็นสิว ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที จึงล้างออก ธาตุกำมะถันในทุเรียนจะทำให้สิวแห้งเร็วขึ้น

สรรพคุณ! มากมายอย่างนี้ สาวๆที่ไม่ชอบทุเรียนอาจจะต้องหันกลับมาสนใจทุเรียนมากขึ้นแล้วละ เพราะทุเรียนมีดีกว่าที่คิด จริงไหม

ที่มา http://www.horapa.com

วันศุกร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2556

สมุนไพรเผาผลาญไขมัน

สมุนไพรเผาผลาญไขมัน


ลูกยอสกัดที่มีส่วนผสมของสมุนไพร 15 ชนิด  (ชนิดแคปซูล สะดวก รับประทานง่าย)
เป็นยาที่คัดสรรมาเพื่อสำหรับแก้ธาตุไฟหย่อน ซึ่งทำให้การเผาผลาญอาหารเฉื่อยชาลง ให้เกิดการสะสมของไขมันส่วนเกิน โดยเฉพาะไขมันที่พอกพูนสะสมตามร่างกาย ทั้งแขน ขา หน้าท้อง สะโพก ซึ่งทำให้เรารู้สึกขาดความมั่นใจในตนเอง และเสียบุคลิกภาพอีกด้วย โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ จะทำให้เกิดโรคตามมามากมายตามที่ได้กล่าวมาแล้ว



ยาลูกยอสกัดผสมสมุนไพร ประกอบด้วยตัวยาสำคัญคือ ลูกยอสกัดเข้มข้น เห็ดหลินจือ ตังกุย
ดอกคำฝอย เบญจกูลเพื่อปรับธาตุ ดิน น้ำ ลม ไฟ ของร่างกายเราให้เป็นปรกติ การลดน้ำหนักครั้งนี้ ก็
จะเห็นผลชัดเจน ไม่เหนื่อย ไม่อ่อนเพลีย แข็งแรง แลดูสดใส หน้าเด็กขึ้น ส่วนตัว ยาเบญจกูลที่ช่วย
ปรับธาตุให้เป็นปรกติ ประกอบไปด้วย ดีปลี  ช้าพลู  สะค้าน  เจตมูลเพลิง  และขิง ยาลูกยอสกัดผสม
สมุนไพร ยังประกอบไปด้วย กลุ่มยาอายุวัฒนะ ซึ่งได้แก่ แห้วหมู บอระเพ็ด เม็ดข่อย พริกไทย ทิ้งถ่อน
ตะโกนา
สรรพคุณโดยรวมก็จะช่วยบำรุงร่างกายได้รูปทรงสัดส่วนที่สวยงาม และแข็งแรงอยู่เสมอ
มีเรี่ยวแรงกำลังวังชา  พละกำลังสมบูรณ์  ช่วยให้อายุยืนยาว  ไม่ค่อยเจ็บป่วย แขนขาแข็งแรง แก้ปวด
เมื่อยปวดข้อเข่าได้ดีมาก เคล็ดลับของแพทย์แผนโบราณที่สามารถปรุงยารักษาโรคได้อย่างน่าอัศจรรย์
นั้น ก็เพียงแต่อาศัยหลักในการปรุงยาดังต่อไปนี้ คือใช้สมุนไพรให้ถูกต้อง ใช้ให้ถูกส่วน ใช้ให้ถูกขนาด
ใช้ให้ถูกวิธี   ใช้ให้ถูกกับโรค  และต้องรักษาความสะอาดให้ดี   แล้วนั่นแหละทุกสิ่งทุกอย่างจึงจะเกิด
ผลดีที่สุด
ยาลูกยอสกัดผสมสมุนไพร  มีหลักการสำคัญ 2 ประการ คือ
1. กินแล้วช่วยเร่งการเผาผลาญไขมัน ลดการดูดซึมไขมัน
2. ช่วยในการปรับสมดุลของธาตุ เสริมธาตุไฟเพื่อช่วยเร่งการเผาผลาญไขมันส่วนเกิน
ซึ่งถือเป็นจุดเด่นของการลดความอ้วน โดยใช้แพทย์แผนไทย เพราะการลดความอ้วนจะเกิดการอ่อนเพลีย หลังจากกินสมุนไพรลดความอ้วนแล้วจึงต้องมีกาปรับสมดุลของธาตุไม่ให้อ่อนเพลีย ซึ่งจะต่างกับต่างประเทศที่จะมีการใช้ยาที่มีฤทธิ์กดประสาท ทำให้ไม่อยากอาหาร ซึ่งเป็นอันตราย และพอหยุด
กินยา จะเกิดการโยโย่เอฟเฟ็กต์

  • ยาลูกยอสกัดผสมสมุนไพร ประกอบด้วยสมุนไพรแท้ชั้นดี คุณภาพสูง ใช้แล้วเห็นผลชัดเจน
    และแน่นอน เชื่อถือได้ เนื่องจากจำหน่ายมานานเกือบ 6 ปีแล้ว คนที่อยากลดน้ำหนัก
    จริงจังถ้าสนใจลองเปิดโอกาสให้ตัวเองดูนะคะ แล้วคุณจะได้พบกับความเปลี่ยนแปลงค่ะ
  • ยาลูกยอสกัดผสมสมุนไพร เป็นยาสมุนไพรลดน้ำหนัก รับรองผลแน่นอน ไม่มีผลข้างเคียง
    ทั้งยังช่วยรักษาสุขภาพอีกด้วย เป็นยาที่ผู้ชำนาญด้านสมุนไพรท่านผลิตขึ้น มีจำนวนไม่มาก
    แต่ได้ผลดีเยี่ยม รับรองว่าไม่มียาใดในโลกสู้ได้ขณะนี้ รับประกันอีกทีค่ะ สินค้ามีจำนวนจำกัด
    อยากหุ่นดี อย่าพลาดโอกาสนี้นะคะ

  • ยาลูกยอสกัดผสมสมุนไพร ช่วยลดน้ำหนักและล้างสารพิษ เป็นสารสกัดจากธรรมชาติ บรรจุ
    แคปซูล ไม่มีผลข้างเคียง ไม่คลื่นไส้ ไม่ใจสั่น ไม่หงุดหงิด นอนไม่หลับ และที่สำคัญไม่โยโย่
    ผลข้างเคียงอย่างเดียวคือ คนที่ผอมอยู่แล้ว ห้ามรับประทานโดยเด็ดขาด เพราะร่างกายจะเผา
    ผลาญให้ผ่ายผอมเกินไป

  • ยอ เป็นสมุนไพรที่เป็นยาอายุวัฒนะของสังคมไทย ช่วยบำรุงธาตุไฟ  อันเป็นปัจจัยแรกที่จะทำ
    ให้ร่างกายเป็นปกติ ไม่เสียสมดุล นอกจากนี้ คนสมัยก่อนจะกินยอเพื่อแก้ท้องอืดอาหารไม่ย่อย
    เพราะยอเป็นยาร้อน  ซึ่งความเป็นยาร้อนก็จะช่วยเพิ่มพลังของธาตุไฟที่ช่วยในการเคลื่อนไหว และ
    การไหลเวียนต่างๆ ให้แก่ร่างกาย รับประทานมากจะทำให้ธาตุไฟเผาผลาญซึ่งทำให้ร่างกาย
    ผ่ายผอมลงได้

การรับประทานยอให้ได้ผลดีที่สุด

การรับประทานยอเพื่อรักษาโรคและบรรเทาอาการต่างๆ ให้ได้ผลดีที่สุดนั้น ต้องคัดเลือกเฉพาะลูกยอที่
แก่จัดเท่านั้น แล้วนำมาสกัดเพื่อให้ได้สารสำคัญเฉพาะส่วนที่มีประโยชน์ ความเข้มข้นต้องได้มาตรฐาน
และต้องอาศัยสมุนไพรอื่นๆ ผสมผสานกัน  ในขนาดและสัดส่วนที่เหมาะสมลงตัว  และสมุนไพรที่นิยม
ใช้นั้น ก็ได้แก่โสม  เห็ดหลินจือ ตังกุย ดอกคำฝอย บอระเพ็ด พิกัดยาเบญจกูล และกลุ่มยาอายุวัฒนะ

บทความจาก http://www.slimbyherb.com


วันเสาร์ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2556

เห็ดหลินจือแดงมีสรรพคุณอย่างไร

เห็ดหลินจือแดงมีสรรพคุณอย่างไร


 ท่ามกลางความวุ่นวายสับสนในโลกที่ทุกคนต้องวิ่งให้เร็วกว่าเข็มนาฬิกา ความเครียดจากการงาน ปัญหาครอบครัว สภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยมลพิษ สารพันปัญหา คอยบั่นทอนสุขภาพร่างกายให้ถดถอยลงไปเรื่อยๆ ตามกาลเวลา โดยที่เราเองก็ไม่เคยหันมาใส่ใจสุขภาพ ดูแลอาหารการกิน ออกกำลังกาย หรือผ่อนคลายความตึงเครียด


     
        ด้วยเหตุดังกล่าวจึงส่งผลให้โรคต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโรคอ้วน โรคความดัน โรคหัวใจ โรคมะเร็ง และสารพัดโรคร้ายที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่ขาดความสมดุลเดินทางมาเยี่ยมเยือน

       แน่นอนว่าทางออกที่ดีที่สุดคือ การหันมาใส่ใจสุขภาพ ทั้งการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และหมั่นออกกำลังกายนั่นเอง

       กระนั้นก็ดี นอกจากวิธีข้างต้นแล้วการจะช่วยฟื้นฟูร่างกายที่เสื่อมโทรมมานานให้กลับมามีสุขภาพดีได้นั้นยังมีทางเลือกอื่นอีก


       
        “เห็ดหลินจือ” ถือเป็นตัวช่วยอีกทางเลือกหนึ่ง ที่ทำให้เราได้สุขภาพที่ดีดังใจ
       
        ทั้งนี้ เมื่อกล่าวถึง “เห็ดหลินจือ” เชื่อว่าทุกคนคงรู้จักกันบ้างอยู่แล้ว โดยในสมัยโบราณมีการนำเห็ดหลินจือมาใช้ประโยชน์นานกว่า 2,000 ปี เนื่องจากถือว่าเป็นสมุนไพรชั้นสูงที่หายากต้องบุกป่าฝ่าดงเข้าไปเสาะแสวงหาให้ได้มาซึ่งสรรพคุณทางยาที่สุดวิเศษ ในทางพฤกษศาสตร์พบว่า เห็ดหลินจือ แบ่งประเภทตามลักษณะของสีและรูปร่างได้ 6 ชนิดด้วยกัน คือ หลินจือแดง ดำ เหลือง ขาว เขียว และม่วง
     
        ทว่า จากการศึกษาวิจัยพบเห็ดหลินจือแดงมีสารที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อร่างกายมากที่สุด โดยถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มที่มีคุณสมบัติเทียบเท่ากับ “โสม” ที่เป็นยาอายุวัฒนะ ยืดอายุให้ยืนยาว
     
       สำหรับคุณสมบัติอันโดดเด่นของหลินจือแดงก็คือ ช่วยสร้างภูมิต้านทานโรค กำจัดสารพิษในร่างกาย กระตุ้นเซลล์ในร่างกายให้ทำงานเป็นปกติ เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ชะลอความชรา บำรุงร่างกายเมื่ออ่อนเพลียหรือขณะพักฟื้นให้ร่างกายแข็งแรง อีกทั้งช่วยควบคุมระบบไหลเวียนโลหิตให้ไหลเวียนสะดวกมากขึ้น
       
        หลายคนตั้งข้อสงสัยว่า สรรพคุณในการป้องกันและบำบัดโรคภัยต่างๆ ที่กล่าวมามากมายเป็นภูเขาเลากานี้เป็นการอวดอ้างสรรพคุณเกินจริงหรือไม่
       
        คำตอบก็คือ “ไม่”
       
        ความมหัศจรรย์ของเห็ดหลินจือแดงนั้นได้รับการยอมรับในวงการแพทย์แผนปัจจุบันและการแพทย์ทางเลือก โดยมีหลักฐานรายงานการวิจัยจากนักวิทยาศาสตร์ยืนยันว่า ในเห็ดหลินจือแดงมีสารต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายกว่า 250 ชนิด ซึ่งสารต่างๆ เหล่านี้ ทำงานประสานกันได้อย่างน่าอัศจรรย์ ส่งผลให้ร่างกายเกิดความสมดุลเพิ่มพลังในการป้องกันและบำบัดโรค คืนพลังการฟื้นฟูร่างกายที่ธรรมชาติเคยมอบให้กับมนุษย์
     
        หากจะอธิบายให้เข้าใจยิ่งขึ้น ก็ต้องบอกว่า เห็ดหลินจือแดง สามารถฟื้นฟูอาการป่วยได้หลายโรค ซึ่งในเชิงเภสัชวิทยา เห็ดหลินจือแดงออกฤทธิ์ต่อ 5 ระบบ คือ
     
        1.ระบบภูมิต้านทาน มีการศึกษาพบว่าในเห็ดหลินจือแดงมีสารโพลีแซคคาไรด์ ที่ช่วยยืดเวลาเสื่อมของเซลล์ นอกจากนี้มีผลในการเพิ่มประสิทธิภาพเม็ดเลือดขาวในการจัดการกับไวรัส แบคทีเรีย เชื้อรา และเซลล์ก่อมะเร็ง ดังนั้นจึงช่วยให้ร่างกายสามารถจัดการกับอาการผิดปกติต่อระบบภูมิคุ้มกัน มีผลดีต่อผู้เป็นภูมิแพ้ เบาหวานที่แผลหายยาก เป็นหวัดเจ็บคอบ่อย ช่วยลดอัตราการเกิดมะเร็ง
     
        2.ระบบหลอดเลือด เห็ดหลินจือแดง มีผลต่อช่วยขยายหลอดเลือด ลดการทำลายของสารอนุมูลอิสระที่ทำให้ผนังหลอดเลือดแข็งตัว มีผลช่วยลดการเกาะตัวของไขมัน คอเลสเตอรอล หรือเกล็ดเลือดในหลอดเลือด ส่งผลให้ช่วยชะลอความแก่ไม่เพียงแต่ผิวพรรณเต่งตึงเท่านั้น แต่ชะลอการเสื่อมสภาพของอวัยวะภายใน เช่น สมอง หัวใจ ตับ ไต เป็นต้น โดยเฉพาะสามารถลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจได้อย่างมีประสิทธิภาพเพราะช่วยลดปัจจัยเสี่ยงหลายอย่างจากสารสำคัญที่มีอยู่ในเห็ดหลินจือแดง เช่น Sterols, Ganoderic Acid ที่มีอยู่เฉพาะในเห็ดหลินจือแดงเท่านั้น



       3.ระบบประสาท เห็ดหลินจือแดงจัดเป็นสารปรับสมดุล ซึ่งหมายถึงสารที่ช่วยให้ร่างกายฟื้นคืนสภาพปกติจากสิ่งต่างๆ โดยสามารถลดความตึงเครียดในสมอง ช่วยให้ระบบหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมองทำงานดีขึ้น ทั้งยังเพิ่มปริมาณออกซิเจนที่ไปเลี้ยงสมองสูงถึง 1.5 เท่า
     
        4.ระบบต่อมไร้ท่อ ไม่ว่าจะเป็นต่อมไทรอยด์ ต่อมไทมัส ต่อมหมวกไต ต่อมลูกหมาก และที่มองข้ามไม่ได้ คือ ตับอ่อนที่หลั่งฮอร์โมนอินซูลิน พบว่าเห็ดหลินจือแดงมีสารสำคัญที่ช่วยให้การทำงานของต่อมไร้ท่อต่างๆ เกิดความสมดุล เช่น ผู้เป็นเบาหวานเมื่อรับประทานเห็ดหลินจือแดงจะมีสภาวะของร่างกายดีขึ้น ลดอัตราความรุนแรงของสภาวะขึ้นๆ ลงๆ ของน้ำตาล เป็นต้น ที่สำคัญเห็ดหลินจือแดงมีสารที่ช่วยให้ต่อมใต้สมองหลั่งโกรท ฮอร์โมน (Growth Hormone) ในขณะที่หลับ ช่วยเร่งการเจริญเติบโตในเด็กและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอในผู้ใหญ่ หรือฟื้นความเป็นหนุ่มเป็นสาวให้แก่เราได้
     
       และสุดท้าย 5.ระบบเผาผลาญอาหาร หากร่างกายขาดความสมดุลนำไปสู่ความผิดปกติในหลายระบบของร่างกาย โดยเฉพาะเมื่อเราอายุมากขึ้น อาจเกิดความผิดปกติในการเผาผลาญอาหารเห็ดหลินจือแดงยังมีสารที่จะเข้าไปช่วยให้ระบบเผาผลาญดีขึ้น ซึ่งส่งผลต่อทุกระบบในร่างกาย



       นอกจากนี้เห็ดหลินจือแดงยังมีคุณสมบัติเด่นในการช่วยล้างพิษ หรือขับสารตกค้างที่ทำให้เกิดโรค ซึ่งอวัยวะที่ได้รับประโยชน์มากที่สุด ก็คือ ตับ โดยเห็ดหลินจือแดงจะช่วยเสริมสร้างการทำงานของตับ ในการทำหน้าที่กำจัดสารพิษ สร้างน้ำดี ช่วยให้อาหารประเภทไขมันถูกย่อย และดูดซึมได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังขับกรดยูริก น้ำตาล ไขมัน สารก่อมะเร็งและสารเคมีที่เป็นพิษต่อร่างกาย ด้วยการขับออกทางระบบขับถ่ายทุกระบบของร่างกาย เช่น อุจจาระ ปัสสาวะ และทางเหงื่อ เป็นต้น ที่สำคัญยังช่วยบำรุงไตให้ไตทำงานได้ดีขึ้น หรือในบางรายที่เป็นโรคไตเรื้อรัง ก็ยังช่วยฟื้นฟูสมรรถภาพการทำงานของไตด้วย
     
        อย่างไรก็ตามกระบวนการล้างพิษของเห็ดหลินจือแดง อาจทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ วิงเวียน คลื่นไส้ รู้สึกวูบวาบไปทั้งตัว มีไข้ ปวดตามข้อ ท้องเสีย น้ำมูกไหล ไอ เป็นต้น ซึ่งอาการเหล่านี้มักเกิดตั้งแต่เริ่มรับประทานเห็ดหลินจือแดงนาน 3-4 วันและอาการเหล่านี้จะหายไปเองภายใน 2 สัปดาห์ หลังจากที่รับประทานติดต่อกัน โดยดื่มน้ำบ่อยๆ เพื่อช่วยให้กระบวนการล้างพิษ มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ที่สำคัญสามารถรับประทานร่วมกับยาแผนปัจจุบันโดยไม่มีผลข้างเคียงใดๆ โดยสามารถรับประทานเห็ดหลินจือแดงหลังจากทานยาแผนปัจจุบันไปแล้วประมาณ 1 ชั่วโมง ซึ่งจะเป็นผลดีต่อร่างกายในการบำบัดโรคตามแนวทางทฤษฎี “การแพทย์ผสมผสาน”
     
        เมื่อมาถึงตรงนี้ หลายคนคงสงสัยอีกว่า เห็ดหลินจือแดงเหมาะกับใครบ้าง บอกได้เลยว่า เห็ดหลินจือแดงเหมาะกับผู้ที่ต้องการบำรุงรักษาสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ และสามารถรับประทานได้เป็นประจำโดยไม่มีผลเสียต่อร่างกาย และเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดควรทานเห็ดหลินจือแดงพร้อมกับวิตามินซีและดื่มน้ำตามมากๆ ทั้งนี้วิตามินซีจะช่วยให้ร่างกายสามารถดูดซึมสาร ในเห็ดได้ดีขึ้น
     
       สำหรับผู้ที่สนใจรับประทาน ปัจจุบันมีเห็ดหลินจือแดงแบบบรรจุแคปซูลซึ่งรับประทานได้ง่ายขึ้น แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการเลือกรับประทานเห็ดหลินจือแดงที่เป็นสารสกัดได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัย จึงจะได้ประโยชน์อย่างเต็มที่


       เห็ดหลินจือแดงมิเกอิ (MIKEI) ผลิตจากประเทศญี่ปุ่น 100% นำเข้าและจัดจำหน่ายโดยบริษัทแมกซ์ เอลลิเม้นท์จำกัด โทรศัพท์ (02) 653 0050 โทรสาร (02) 653 0059 เว็บไซต์

ที่มา ผู้จัดการ